ท่องเที่ยวทั่วโลก

รวมที่ท่องเที่ยว

วัดหัวฝาย


วัดหัวฝาย เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณชาญเมือง ตามหนังสืออ้างอิงวัดหัวฝายสร้างเมื่อ พ.ศ. 2130 เดิมชื่อวัดศรีสร้อยทรายมูล เนื่องจากทางวัดไม่ได้มีการบันทึกประวัติการสร้างวัดไว้ อาศัยคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ถ่ายทอดกันมา คาดว่าวัดนี้ชาวบ้านน่าจะร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในหมู่บ้าน เพราะในอดีตที่ตั้งของวัด

ในปัจจุบันอยู่นอกกำแพงเมืองเชียงใหม่และอยู่กลางทุ่งนา คงไม่ใช่วัดที่สร้างขึ้นโดย กษัตริย์หรือข้าราชการ ขุนนาง น่าจะเป็นวัดที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมามากกว่า วัดศรีสร้อยทรายมูล หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “วัดปูคำ” เพราะว่าสถานที่ตั้งของวัดอยู่บริเวณทุ่งนา มีปูมาอาศัยในบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และเมื่อครั้งที่ยอดพระธาตุของวัดพังลงมา มีชาวบ้านเห็น ปูเงิน ปูคำ มาอาศัยอยู่บริเวณพระธาตุ เพื่อรักษาองค์พระธาตุ จึงเรียกกันว่า “วัดปูคำ” หรือบ้างก็เรียกว่า “วัดน้ำปู” เพราะวัดตั้งอยู่กลางทุ่งนามีปูมาก ชาวบ้านเมื่อว่างเว้นจากการทำนาก็มักจะจับปูไปทำน้ำปูกิน จึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดน้ำปู“ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ”วัดหัวฝาย” เพราะบริเวณใกล้วัดเป็นฝ่ายกั้นน้ำ (บริเวณศูนย์-ประชาสัมพันธ์ เขต3, โรงพยาบาลแม่และเด็กในปัจจุบัน)

โดยชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวจะไปเอาน้ำที่ฝายนี้มาใช้ในการอุปโภค-บริโภค และที่สำคัญคือชาวบ้านใช้น้ำจากฝายใน การทำการเกษตร ต่อมาเนื้อที่บริเวณข้างฝายดังกล่าวเป็นที่ดินดอนออกมา ชาวบ้านจึงเข้ามาตั้งที่ อยู่อาศัย และทำมาหากินในบริเวณนี้มากขึ้นเรื่อยๆจากทุ่งนาก็กลายเป็นหมู่บ้าน วัดหัวฝายจึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นศูนย์รวมใจของคนในบริเวณนี้เรื่อยมา วัดหัวฝายได้รับพระราชทาน วิสุงคสีมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 เขตวิสุงคสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร

เดิมเจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงล้านนา เนื่องจากเวลาผ่านไป สภาพของเจดีย์ก็ทรุดโทรมและพังลงมา คณะศรัทธา ชาวบ้านจึงร่วมกับทางวัดบูรณะเจดีย์องค์ดังกล่าวขึ้นมาใหม่แต่ทางวัดไม่ได้มีการบันทึกไว้ว่าทำการบูรณะในปี พ.ศ.ใด โดยองค์เจดีย์องค์ใหม่นี้ประดับด้วยกระจกแก้วทั้งองค์


ใช้ในการเทศน์มหาชาติ ในเดือน 4 เป็ง ธรรมมาสหลวงนี้มีอายุเก่าแก่นับร้อยปี ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ได้ขอมาจากเจ้านายฝ่ายเหนือ บางท่านก็ว่าเป็นที่บรรจุโกศพระศพชองพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ลอยน้ำมาติดอยู่บริเวณฝายหน้าวัด บ้างก็ว่าเป็นของตระกูลมหาพรหม ประวัติของธรรมมาสหลวงดังกล่าวจึงไม่แน่นอนนัก เนื่องจากไม่มีการบันทึกไว้ เป็นเพียงคำบอกเล่า ทางวัดได้นำธรรมมาสดังกล่าวมาไว้ นิหารเพื่อใช้ในการเทศน์มหาชาติ โดยลวดลายของธรรมมาสหลวง คล้ายศิลปะคล้ายของพม่า ตอนที่ทางวัดทำการบูรณะวิหารได้นำธรรมมาสดังกล่าวไปไว้หลังพระธาตุ ทำให้ส่วนยอดแตกหักเสียหาย ปัจจุบันธรรมมาสดังกล่าวยังสามารถใช้งานได้อยู่

Categories: ท่องเที่ยว

Tags: , , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *