ท่องเที่ยวทั่วโลก

รวมที่ท่องเที่ยว

ดูบรอฟนิก (Dubrovnik)

ดูบรอฟนิก ตั้งอยู่ทางตอนใต้บนชายฝั่งดัลเมเชี่ยน โอบล้อมด้วยทะเลอาเดรียติกสีฟ้าใสทอดยาวราวกับภาพวาด ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” City of Dubrovnik ถูกยกให้เป็นเมืองมรดกโลกจากยูเนสโกในปี ค.ศ.1979 และยังเป็นที่ตั้งของเมือง King’ s Landing ในเรื่อง Game of Thrones อีกด้วย

สำหรับสาวกซีรี่ย์เรื่องนี้บอกเลยว่าแลนด์มาร์คเพียบ เตรียมมาร์คจุดตามซีรี่ย์ไว้ถ่ายรูปกันได้เลย แน่นอนว่านอกจากชื่อเสียงอันโด่งดังของซีรี่ย์ยอดฮิตที่ตอนนี้มีมาแล้วถึง 8 ซีซั่น ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่เป็นแฟนๆ ของซีรี่ย์ให้ความสนใจที่จะมาเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำจริงเยอะขึ้น เราสามารถจ้างไกด์ให้นำเที่ยวของ Game of Thrones ได้โดยเฉพาะเลยค่ะ จัดไปให้หนำใจเก็บให้ครบทุกจุดไฮไลท์ห้ามพลาด อินและฟินแบบจุกๆ กันไปเลย

ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นแฟนซีรี่ย์ขอบอกเลยว่า ดูบรอฟนิก เหมาะสำหรับ ชาวอินสตราแกรมเมอร์ สายโซเชียล มีจุดเช็คอินให้ถ่ายรูปโพสต์อวดฟอลโล่เวอร์เพียบ! กำแพงเมืองเก่าดูบรอฟนิก (The Old City Walls of Dubrovnik) เป็นหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่นักท่องเที่ยวหลายคนยกให้เป็นหนึ่งแลนด์มาร์คในฝัน ที่นี่คือเสื้อเกราะชั้นดีในยุคสงคราม 100 ปี

แต่สำหรับนักท่องเที่ยวกำแพงเมืองดูบรอฟนิกคือ จุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมือง เราสามารถเดินเล่นสบายๆ ทอดมองไปยังทิวทัศน์อันงดงามทะเลเอเดรียติก หรือจะหันหน้าเข้าฝั่งที่สามารถมองเห็นใจกลางเมืองเก่าที่มีเสน่ห์แห่งนี้ได้อย่างเต็มตา

แต่แนะนำว่าให้มาช่วงฤดูใบไม้ผลิระหว่างเดือนมีนาคม ถึง มิถุนายน หรือ จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงในเดือนสิงหาคม ถึง ตุลาคม 2 ช่วงเวลานี้อากาศเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบสบายๆ อยู่ที่ 8 – 17 องศา สำหรับช่วงฤดูร้อนก็สามารถมาเที่ยวได้แดดดีเหมาะกับการถ่ายรูป ระวังผิวไหม้กันด้วยจ้า ในช่วงฤดูหนาวอากาศจะอยู่ที่ประมาณ ลบ 5 – ลบ 10 องศาใครที่ชอบอากาศหนาวก็สามารถมาได้ค่ะ แต่ว่าช่วงหน้าหนาวกับเมืองริมชายฝั่งแบบนี้อากาศจะปิดเวลาถ่ายรูปอาจจะหาแสงที่ดียาก

ยังมีจุดเช็คอินอื่นๆ อย่าง หอคอยมินเซต้า (Tvrdava Minceta) และ หอคอยโบก้า (Tvrdava Bokar) ที่ตั้งอยู่ในเขตของ 2 ป้อมปราการได้แก่ ป้อมปราการเซนต์ลอว์เรนซ์ (Fort Lovrjenac) ที่มีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆ ยื่นออกมาจากตัวเมืองอย่างโดดเด่น และ ป้อมปราการ (Revelin Fortress) ซึ่งป้อมปราการทั้งสองนั้นสามารถเข้าชมได้โดยต้องผ่านประตูเมืองพาล์ย (Pile Gate) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ต้องแวะถ่ายรูป

ไฮไลท์หลังประตูเมืองแห่งนี้ก็คือ มุมถ่ายรูปที่สามารถมองเห็นเมืองเก่าดูบรอฟนิกได้แบบ 360 องศา จากป้อมปราการเซนต์ลอว์เรนซ์นั่นเองค่ะ เตรียมชุดไปให้พร้อม หาท่าโพสไว้รอได้เลยนะจ๊ะ เพราะรับประกันว่ารูปจะต้องออกมาสวยยอดไลค์พุ่งกระฉูด

สำหรับค่าเข้าชมสำหรับผ่านเข้าประตูเมืองจะอยู่ที่ 50 คูน่า หรือประมาณ 250 บาทต่อคน แต่สำหรับใครที่สนใจทัวร์ Game of Thrones หรือ ทัวร์เมืองเก่า ราคาอยู่ที่ 190 คูน่า หรือประมาณ 900 บาทเท่านั้นค่ะ ระยะเวลาทัวร์ 2 ชั่วโมง ไกด์สุดแสนจะเฟรนด์ลี่ได้เก็บครบทุกจุดสำคัญ

นอกจากนี้ยังมี อาคารศาลาว่าการประจำเมือง (City Hall) หอระฆัง (Bell Tower) โรแลนด์ คอลัมน์ (Roland’ s Column) ลานน้ำพุมินิโอโนฟริโอ (Grand Fountain of Onofrio) รวมถึงพระราชวังอีกสองแห่ง นั่นก็คือ พระราชวังสปอนซา (Sponza Palace) และพระราชวังเรคเตอร์ส (Rector’ s Palace) อ่อ! สาวกซีรี่ย์ Game of Thrones อย่าลืมแวะไป ท่าเรือฝั่งตะวันตก (West Harbour)

ดูบรอฟนิกมีเคเบิ้ลคาร์ให้เราขึ้นไปชมเมืองแบบเต็มอิ่มจุใจด้วยน้า ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเช็คลิสต์ ตั๋วจะมีทั้งแบบไปกลับ หรือ รอบเดียว แล้วแต่ว่าใครอยากจะนั่งลงหรือขึ้นเลือกได้เลยค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 30 คูน่าต่อ 1 เที่ยวหรือประมาณ 140 บาท และ 50 คูน่าสำหรับ Round Trip ประมาณ 250 บาทสำหรับผู้ใหญ่ เด็กอายุระหว่าง 4 -12 ปี 15 คูน่าหรือ 70 บาท และแบบ Round Trip 20 คูน่า ประมาณ 92 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ขึ้นฟรี อ่านต่อ

Categories: ท่องเที่ยว

Tags: , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *